เริ่มต้นแค่ 3 นาที สเปน ดูเหมือนประหม่าตกใจกับนัดชิงฯเล็กน้อย เมื่อ เซร์คิโอ รามอส จ่ายบอลคืนหลังไม่ดี โดนโคลเซ่ วิ่งโฉบมาตัดบอลได้ ก่อนจะลากจี้เข้าเขตโทษ ทว่า ปูโยล ตามมาช่วยสกัดไว้ได้ทันท่วงที จากนั้น โอกาสลุ้นพังประตูครั้งแรกของเกมก็มาบังเกิดขึ้น เมื่อ โคลเซ่ ลากบอลทางซ้าย ก่อนจะไหลย้อนให้ ฮิตเซิลสแพร์เกอร์ ยิงเรียดด้วยอีซ้ายหน้าเขตโทษ ทว่า คาซิญาส ยังรับเข้าซองสบายๆ นาที 9
หลังผ่านช่วง 10 นาทีแรก สเปนเริ่มกลับมาสู่เกมได้บ้าง โดยนาที 14 สเปนได้เสียวครั้งแรก เมื่อ อินิเอสต้า จ่ายบอลแบบได้-เสียเข้าเขตโทษ แล้วทาง เม็ตเซลเดอร์ เตะสกัดบอลผิดเหลี่ยมจนเกือบจะเข้าประตูตัวเองดีที่ เลห์มันน์ โชว์ปฏิกิริยา ปัดออกหลังไปได้หวุดหวิด
จากนั้น สเปนเริ่มครองเกมได้ กระทั่งนาที 23 รามอส เปิดบอลจากด้านขวาให้ ตอร์เรส เทคตัวโขก 6 หลาที่เสาสอง ทว่าบอลพุ่งไปชนโคนเสาอย่างน่าเสียดาย ชไวนี่ เคลียร์บอลไปเข้าทาง คัปเดบีล่า แต่คัปเดบีล่า ยิงไกลเฉี่ยวเสาออกไป

กระทิงดุเริ่มนวดแผงหลังเยอรมันได้เรื่อยๆ เชสก์ ฟาเบรกาส ได้ยิงไกล 25 หลากลางประตูแต่ยังไม่ผ่านมือเลห์มันน์ ในนาที 31 แต่อีก 2 นาทีต่อมา สเปน ก็สามารถกะซวกประตูขึ้นนำได้สำเร็จจากจังหวะที่ ชาบี้ แทงบอลทะลุช่องเข้าไปในเขตโทษด้านขวา ก่อนจะเป็น ตอร์เรส วิ่งเบียดแซง ลาห์ม จนกระทั่งชิงเหลี่ยมได้ ก่อนที่จะชิปนิ่มๆ สวนตัวเลห์มันน์ที่ผวาออกมาปิดมุมเข้าไปตุงตาข่ายที่เสาสอง สเปนนำ 1-0
เมื่อโดนลูบคม เยอรมันพยายามฮึดสู้ขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังไม่สามารถทวงประตูจากสเปนคืนได้ ทำให้จบครึ่งแรก สเปนนำอยู่ 1-0
ออกสตาร์ตครึ่งหลัง สเปนต่อบอลกันขึ้นมาอย่างสวยงามในนาที 53 ก่อนที่ ตอร์เรส จะไหลคืนให้ ชาบี้ กระหน่ำยิง 20 หลาทางขวา ทว่าบอลพุ่งถากเสาสองออกไป นาทีต่อมา ชาบี้ แทงบอลเรียดทะลุช่องสุดคมให้ ตอร์เรส ใช้สปีดแซง แมร์เตซาคเกอร์ เข้าไปในเขตโทษด้านขวา แต่เลห์มันน์อ่านเกมขาด พุ่งออกมาตัดบอลไว้ได้
จากนั้น เกมของเยอรมันเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ กระทั่งนาที 60 ยานเซ่นเปิดบอลจากทางซ้ายให้ชไวน์สไตเกอร์แปะคืนให้บัลลัควอลเลย์เต็มแข้งด้านซ้าย ทว่าบอลพุ่งหลุดเสาแรกไปนิดเดียวเท่านั้น
นาที 68 ชาบี้ เปิดลูกฟรีคิกจากทางขวาให้ เซร์คิโอ รามอส ทะยานโขกที่เสาสอง 6 หลา แต่เลห์มันน์ ยังผวาปัดไว้ได้ จังหวะต่อมาชาบี้เตะมุมเรียดทางขวาให้ อินิเอสต้า ยิงเต็มแข้ง 15 หลายัดไปที่เสาแรก แต่บอลก็ยังไปติด ฟริงก์ส ซึ่งยืนคุมเสาอยู่ นาทีต่อมา อินิเอสต้า คนเดิมได้ส่องในเขตโทษด้านขวาโล่งๆ แต่บอลไปติดตัวเลห์มันน์อีกครั้ง

เยอรมันกระเตื้องขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ถูกสเปนโต้กลับแบบหนักๆ นาที 82 คาซอร์ล่า พาบอลทะลุขึ้นมาทางขวา ก่อนจะเปิดไปให้ กีซ่า โขกตั้งย้อนกลับมาที่หน้าประตู แต่เซนน่า วิ่งไปเข้าชาร์จช้าเกินไปนิดเดียว ทำให้อดพังสกอร์ไปอย่างน่าเสียดาย
ท้ายเกม ยิ่งเล่นเยอรมันกลับลนลานไปเอง เสียบอลง่าย แม้พยายามลุยเต็มที แต่ทว่านาที 85 เยอรมันมาโดนชาบี้ ล่อเป้าด้วยฟรีคิก 25 หลาอีก โชคยังดีที่บอลพุ่งข้ามคานออกไป จากนั้น ทั้งสองทีมเจาะประตูกันไม่ได้เพิ่ม จบเกมสเปนชนะ 1-0 ครองตำแหน่งเจ้ายุโรปอย่างสมศักดิ์ศรียุติการรอคอยที่ยาวนานนับตั้งแต่แชมป์ยุโรปครั้งสุดท้ายในปี 1964 ส่วนมิชาเอล บัลลัค คว้ารองแชมป์ซ้ำซากสมัยที่ 7 ให้กับตัวเอง และเป็นรองแชมป์ที่ 4 ของปีนี้
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เยอรมัน : เยนส์ เลห์มันน์, อาร์เน่ ฟรีดริช, คริสตอฟ เม็ตเซลเดอร์, เพอร์ แมร์เตซาคเกอร์, ฟิลิปป์ ลาห์ม (มาร์เซลล์ ยานเซ่น น.46), ทอร์สเท่น ฟริงก์ส, โธมัส ฮิตเซิลสแพร์เกอร์ (เควิน คูรานี่ น.58), บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, มิชาเอล บัลลัค, ลูคัส โพดอลสกี้, มิโรสลาฟ โคลเซ่ (มาริโอ โกเมซ น.78)
สเปน : อิเคร์ คาซิญาส, เซร์คิโอ รามอส, คาร์เลส ปูโยล, คาร์ลอส มาร์เชน่า, โจน คัปเดบีล่า, มาร์กอส เซนน่า, อันเดรส อินิเอสต้า, เชสก์ ฟาเบรกาส (ชาบี้ อลอนโซ่ น.64), ชาบี้ เอร์นันเดซ, ดาวิด ซิลบา (ซานติ คาซอร์ล่า น.66), เฟอร์นานโด ตอร์เรส (ดาเนี่ยล กีซ่า น.78) |